ป้ายกำกับ: ไมเกรน

หลีกเลี่ยงการกระตุ้นไมเกรน หลีกเลี่ยงการกิน….

ในอาหารและเครื่องดื่มมักมีสารที่สามารถกระตุ้นอาการปวดศีรษะได้ โดยเฉพาะการกระตุ้นที่บริเวณเส้นเลือดของเยื่อหุ้มสมองส่วนนอก หรือเส้นประสาทคู่ที่ 5 ส่วนปลาย ทั้งนี้สารที่อยู่ในอาหารและเครื่องดื่มบางชนิดอาจจะซึมผ่านเข้าไปออกฤทธิ์กระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะได้โดยตรง

ผู้ที่มีอาการปวดศีรษะไมเกรน ควรที่จะรับประทานอาหารให้ตรงเวลา หากปล่อยให้ตนเองอดอาหารจะเป็นการไปกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะ โดยมีการศึกษาการอดอาหารในผู้ป่วยไมเกรน พบว่าการอดอหารจะเป็นตัวกระตุ้นไมเกรนได้ถึงร้อยละ 40-57

สำหรับผู้ที่ไม่อยากให้ไมเกรนแผลงฤทธิ์ การหลีกเลี่ยงอาหารที่จะไปกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ทั้งนี้จึงควรที่จะรู้จักอาหารที่อาจไปกระตุ้นอาการปวดไมเกรน อาหารที่พบว่าเป็นสาเหตุกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะในผู้ป่วยไมเกรน เช่น แอลกอฮอล์ (29-35 เปอร์เซ็นต์) คาเฟอีน (14 เปอร์เซ็นต์) ชีส (9-18 เปอร์เซ็นต์) ผงชูรส (12 เปอร์เซ็นต์) เป็นต้น

1. สารไทรามีน

พบได้ในธรรมชาติมีอยู่ในอาหาร เช่น เนยแข็งที่บ่ม ปลารมควัน เนื้อสัตว์ที่ผ่านกรรมวิธียืดอายุ ของหมักดอง อาหารที่มีส่วนประกอบของยีสต์ เบียร์ เป็นต้น สำหรับผู้ที่มีอาการไมเกรนและมีความไวต่อสารไทรามีน เมื่อรับประทานอาหารเหล่านี้เข้าไปจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง

2. สารแอสปาแตม

เป็นสารให้ความหวานซึ่งหวานกว่าน้ำตาลปกติ 180-200 เท่า ปัจจุบันยังไม่มีการรับรองว่าสารแอสปาเตมเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ ไมเกรน แต่ก็พบว่าในผู้ป่วยบางรายมีอาการปวดศีรษะหลังรับประทานสารตัวนี้

3. ผงชูรส

เป็นสารปรุงแต่งรสชาติอาหาร มักถูกใช้สำหรับปรุงรสชาติอาหารให้อร่อย ทั้งในกระบวนการผลิตอาหารกระป๋อง และอาหารพร้อมรับประทาน โดยผงชูรสอาจไปกระตุ้นให้มีการหลั่งสารสื่อประสาทบางชนิดออกมา หรือกระตุ้นให้เซลล์ของผนังหลอดเลือดหลั่งสารไนตริกออกไซด์ ซึ่งเป็นสารที่ทำให้หลอดเลือดเกิดการขยายตัว นำไปสู่อาการปวดศีรษะในที่สุด

4. ไนเตรต และไนไตรท์

นิยมใช้การถนอมอาหารกันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นสารกันบูดที่ใช้ในการถนอมอาหาร อาหารหมักดอง หรืออาหารรมควัน เช่น ไส้กรอก เนื้อรมควัน หรือปลารมควัน

5. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ผู้ป่วยควรระวัง เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะไมเกรนได้บ่อย โดยเฉพาะในไวน์แดง ทำให้มีอาการปวดศีรษะภายใน 3 ชั่วโมงหลังจากดื่ม หรือเกิดตามมาในช่วงท้ายก็ได้

6. คาเฟอีน

พบได้ในกาแฟ ชา โซดา และช็อกโกแลต ซึ่งรวมถึงยาแก้ปวดศีรษะที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนจะมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลางขึ้นกับขนาดที่รับประทานเข้าไป  คาเฟอีนหากรับเข้าไปในร่างกายมากว่า 300 มิลลิกรัมจะทำให้เกิดอาการวิตกกังวล กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ หงุดหงิด คาเฟอีนและกระตุ้นให้ปวดศีรษะและยังสามารถช่วยลดอาการปวดศีรษะได้ ขึ้นอยู่กับขนาดและความถี่ของการใช้