ป้ายกำกับ: เครื่องช่วยฟัง

ประสาทหูเทียม

ปัจจุบันมีเทคโนโลยี “ประสาทหูเทียม” ซึ่งสามารถทำให้คนไข้ที่สูญเสียการได้ยิน หูหนวกหรือหูดับ กลับมาได้ยินได้ 

ทราบหรือไม่ว่าเด็กๆเกิดมามีปัญหาทางการได้ยินไม่น้อยเลยทีเดียว และเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้การพัฒนาต่อไปในอนาคตข้างหน้ามีปัญหา โดยทั่วไปเด็กเกิดใหม่ประมาณหนึ่งพันคนจะมีประมาณสามคนจะมีปัญหาการได้ยิน ในที่นี้อาจจะไม่ใช่หูหนวกเลย แต่อาจจะเป็นปัญหาการได้ยิน อาจจะได้ยินน้อยลง ซึ่งในประชากรสามพันคนจะมีคนหูหนวกสองข้างหนึ่งคน เพราะฉะนั้นหมายความว่าเรามีคนหูหนวกอยู่ในประเทศไทยประมาณสองแสนกว่าคน สาเหตุส่วนใหญ่เป็นมาตั้งแต่แรกเกิด จากกรรมพันธุ์ แต่ยังเป็นไม่มาก อาจจะเริ่มมาน้อยแล้วมามาก 

เมื่อเราตรวจการได้ยินในเด็กเป็นผลสำเร็จแล้วว่าเด็กมีการพกพร่องทางการได้ยินมากน้อยอย่างไรเราสามารถเลือกเครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับหูของเด็กเป็นรายๆไป ตรงนี้คุณหมอต้องเน้นว่าสำคัญมากห้ามไปซื้อเครื่องช่วยฟังมาใส่เองถึงแม้ว่าราคาอาจจะถูกกว่า เพราะว่าอาจจะไม่เหมาะสมกับระดับการได้ยินในเด็กคนนั้นๆ 

การได้ยินของคนเรานั้นมีตั้งแต่เสียงทุ้ม เสียงแหลม แต่ภาษาพูดของเราเป็นส่วนรวมของความถี่ต่างๆ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเลือกเครื่องช่วยฟังที่เหมาะกับความถี่ต่างๆ ที่มีความสูญเสียอันนั้น และถ้าเด็กที่สูญเสียการได้ยินมากจนเครื่องช่วยฟังขยายแล้วไม่ได้ผล คือ เปิดเต็มที่หรือใช้เครื่องที่ขยายมากที่สุดแล้วแล้วก็ยังเป็นเสียงที่พร่าเกินไป เราก็จะมีการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียม หรือที่เราเรียกว่า Clchlear Implant 

วิธีการทำงานของประสาทหูเทียมเมื่อมีคลื่นเสียงกระทบหู เสียงทั้งหมดจะเดินทางผ่านช่องหูเข้าไปยังแก้วหู จากนั้นคลื่นเสียงจะถูกส่งต่อไปยังหูชั้นในโดยอัตโนมัติ หูชั้นในประกอบด้วยท่อขนก้นหอยหรือคอเคลีย ภายในคอเคลียถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนกลางจะเป็นอวัยวะคอร์ติซึ่งประกอบด้วยเซลล์ขนที่ไวต่อการ กระตุ้น เซลล์ขนเป็นตัวรับการกระตุ้นของคลื่นสัญญาณไฟฟ้าและส่งผ่านกระแสตามเส้นประสาทเข้าสู่ สมอง อาการหูหนวกส่วนใหญ่เกิดขึ้นได้แม้เส้นประสาทการได้ยินยังคงทำงานได้ตามปกติ แต่เนื่องด้วยเซลล์ขนได้รับความเสียหายหรือกระทั่งสูญเสียเซลล์ขน 

ประสาทหูเทียมทำหน้าที่รับสัญญาณเสียงด้วยไมโครโฟนและส่งต่อไปยังอุปกรณ์ภายนอกที่เรียกว่า อุปกรณ์ประมวลสัญญาณเสียง สัญญาณเสียงจะถูกประมวลผลและแปลงเป็นข้อมูลดิจิตอล โดยข้อมูลดิจิตอลนี้จะส่งผ่านอุปกรณ์นำเสียงไปยังอุปกรณ์ภายในที่ได้ผ่าตัดฝังไว้

อุปกรณ์ภายในที่ฝังไว้ทำหน้าที่แปลงสัญญาณเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้าและส่งผ่านทางสายอิเลคโทรดที่ได้ผ่าตัดสอดไว้ในคอเคลียของหูชั้นใน ปุ่มอิเลคโทรดจะกระตุ้นปลายประสาทการได้ยินและส่งข้อมูลต่อไปยังสมอง การเดินทางผ่านหูชั้นในที่ได้รับความเสียหายประสาทหูเทียมจะช่วยเปลี่ยนกลไกการได้ยินใหม่ทั้งหมด 

เพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะมีการตรวจเพื่อที่จะผ่าตัดคอเลีย เราจำเป็นจะต้องรู้ก่อนว่าคอเคลียของเด็กคนนั้นทำงานได้ดีหรือไม่ ภายในคอเคลียจะมีเป็นท่อเหมือนท่อน้ำที่หล่อเลี้ยงปลายประสาท ท่อนี้จะตีบตันไม่ได้เพราะถ้าตีบตันจะไม่สามารถสอดใส่ประสาทหูเทียมลงไปได้ เราต้องมีการตรวจวัดว่าประสาทรับเสียงคือสมองเส้นที่8 ยังโตและทำงานได้ตามปกติ ไม่ฟ่อหรือลีบไป

เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้จะต้องมั่นใจว่าคอเคลียรูปร่างดี ประสาทรับเสียงยังมีการทำงานที่ดี เราก็จะบายพาสคอเคลียในส่วนที่ไม่ได้ยินไปกระตุ้นที่เส้นประสาทรับเสียงโดยตรง 

ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็กที่การได้ยินเสียมากจน  เครื่องช่วยฟัง   ไม่ได้ผล สามารถที่จะผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมได้ 

 

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

      หลายคนคงเคยได้ยินโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน หรือบางคนอาจจะเคยเป็นมาแล้ว สำหรับโรคชนิดนี้จะมีผลมาจากความผิดปกติของหูชั้นใน ผู้ที่ป่วยเป็นโรคชนิดนี้จะมีอาการเวียนหัวและรู้สึกว่าบ้านหมุน เนื่องจากเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับข้างในหู จึงส่งผลผลต่อการได้ยินและการทรงตัวโดยเฉพาะ และสำหรับกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้มากที่สุดคือกลุ่มคนที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปี – 60 ปี ซึ่งหากเป็นโรคนี้แล้วมีการรักษาที่ถูกวิธีการสามารถทำให้อาการดีขึ้นได้ 

        สำหรับคนที่เป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากันนั้นมักจะเป็นกับหูข้างใดข้างหนึ่ง ในระยะเริ่มแรกจะเป็นไม่นานเพียงนั่งพักอาการก็จะดีขั้น แต่อาการเริ่มแรกเป็นเพียงแค่อาการเตือนเท่านั้นหากไม่รีบรักษาก็จะมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ เราสามารถแบ่งระยะของโรคได้ 3 ระดับคือ

  1. ระยะที่หนึ่ง ระยะนี้จะมีอาการ หูอื้อ เวียนหัว คลื่นไส้แบบไม่ทันตั้งตัว คืออยู่ๆก็เป็น แต่จะเป็นเพียงแค่ระยะสั้นๆ ไม่เกิน 2-3 ชั่วโมงอาการก็จะดีขึ้น
  2. ระยะที่สอง สำหรับระยะนี้อาจยังมีอาการเวียนหัวเล็กน้อย แต่อาการหูอื้อจะเริ่มเป็นมากขึ้น รวมถึงจะเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน โดยจะเริ่มได้ยินเสียงไม่ค่อยชัด จะได้ยินเสียงเบาลง  ซึ่งระยะนี้จะเริ่มมีปัญหาเรื่องของการทรงตัว เพราะจะเริ่มรู้สึกว่าบ้านหมุน 
  3. ระยะที่สาม ระยะนี้อาการหูอื้อและปัญหาการได้ยินจะยิ่งแย่กว่าระยะที่สอง รวมถึงยังมีปัญหาเรื่องการทรงตัวรวมอยู่ด้วย จะเริ่มเดินไม่ค่อยได้ ยิ่งเฉพาะในเวลาที่อยู่ในที่มืด 

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เราเกิดเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากันนั้น มักมีมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่นเกิดจากการเป็นโรคภูมิแพ้  การติดเชื้อไวรัส การเกิดอุบัติเหตุที่หัว หรือการระบายของเหลวในหูมีความผิดปกติ รวมถึงการติดต่อกันทางพันธุกรรมก็สามารถทำให้เกิดโรคน้ำในหูไม่เท่ากันได้  หากมีอาการดังข้างต้นควรรีบไปพบแพทย์

          สำหรับการรักษานั้น แพทย์จะวินิจฉัยว่าต้องรักษาอย่างไรตามระยะอาการ เช่น อาจเป็นการให้ทานยา  การรักษาด้วยการบำบัดรวมถึงการรักษาเรื่องของการทรงตัว บางรายจำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟัง เพื่อรักษาอาการไม่ได้ยินเสียงซึ่งการรักษาด้วยเครื่องช่วยฟัง ทางนักโสตวิทยาจะเป็นผู้วินิจฉัยให้ผู้ป่วยเองว่าต้องใช้ เครื่องช่วยฟัง แบบไหน หรือบางครั้งอาจรักษาด้วยหารฉีดยา หรือการผ่าตัด

        สำหรับผู้ป่วยที่มีการอาการน้ำในหูไม่เท่ากันควรดื่มน้ำมากๆให้พอกับที่ร่างกายต้องการคือวันละ 8 แก้ว และไม่ควรกินอาหารที่ใส่เกลือ ใส่ผงชูรส ไม่ควรดื่ม ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พยายามไม่ให้เครียด ไม่สูบบุหรี่