หมวดหมู่: สุขภาพทั่วไป

อาหารบำรุงร่างกายสำหรับชาวออฟฟิศ

ผู้ที่ทำงานออฟฟิศนั้นมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสายตา และสมอง เพราะในการทำงานมักจะต้องใช้สายตาในการจ้องมองคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน และต้องใช้ความคิดในการทำงานอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเราควรดูแลตนเองหลังจากการทำงานโดยการเลือกรับประทานอาหารที่เสริมสร้างสมอง และบำรุงรักษาสายตา เพราะเป็นสิ่งจำเป็นในการทำงาน เพื่อให้ในวันต่อไปเรามีสุขภาพร่างกายพร้อมที่จะรับมือกับงานที่จะเข้ามา

อาหารจำพวกปลาทะเล อาทิ เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ฯลฯ เป็นต้น โดยส่วนใหญ่แล้วในปลาทะเลนั้นมักจะมีไขมัน Omega 3 ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงประสาท และสมอง การรับประทานเป็นประจำจะช่วยทำให้มีความจำที่ดีขึ้น และทำให้สมองตื่นตัว จึงจำเป็นมากต่อพนักงานออฟฟิศที่ต้องใช้สมองในการทำงานอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้การนำไปประกอบอาหารในวิธีที่จะคงให้สารอาหารอยู่อย่างครบถ้วน และดีต่อสุขภาพ ควรนำไปย่างแทนการทอดมากกว่า เพื่อไม่ให้เกิดไขมันที่ไม่ดีสะสมในร่างกายมากจนเกินไป

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ทั้งหมด อาทิ เช่น บลูเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ เป็นต้น มักจะมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่เป็นจำนวนมาก ช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอต่าง ๆภายในร่างกายได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญสามารถช่วยในการบำรุงสายตา ทำให้การมองเห็นชัดขึ้น ลดอาการตาล้า ตาแห้งจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานได้ หากรับประทานเป็นลูกสดก็จะได้รับวิตามินอย่างเต็มที่ แต่ก็สามารถนำมาปั่นเป็นน้ำผลไม้เพื่อให้รับประทานได้ง่ายขึ้นก็ได้เช่นกัน

อาหารที่มีโปรตีนก็สำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อพนักงานที่ทำงานออฟฟิศ ถึงจะไม่ได้ใช้แรงในการทำงานมากนัก โดยส่วนใหญ่จะใช้สมองเป็นหลัก แต่ก็ขาดโปรตีนไปไม่ได้เพราะมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างพลังงานให้แก่ร่างกาย และยังไปซ่อมแซมเซลล์ประสาทได้อีกด้วย อาหารที่เสริมสร้างโปรตีนให้กับร่างกายได้แก่ ไข่ นม เนื้อสัตว์ต่าง ๆ เป็นต้น 

ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือน้ำเปล่า ถึงงานจะยุ่งสักแค่ไหนก็ควรหาเวลาดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกาย เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดี วันละ 8-10 แก้ว จะช่วยให้ระบบต่าง ๆภายในร่างกายทำงานได้เป็นอย่างดี เพราะหากมีสุขภาพร่างกายที่ดีแล้ว ก็จะพร้อมลุยงานได้อย่างเต็มที่

ทั้งนี้การรับประทานเพื่อบำรุงก็ควรรับประทานให้ครบ 5 หมู่ และให้เพียงพอต่อร่างกายของเราด้วย เพื่อให้ร่างกายนำสารอาหารไปใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด และกรรมวิธีในการประกอบอาหารก็ควรเป็นการทำให้สุกโดยไร้น้ำมันจะทำให้สารอาหารคงอยู่ได้มากที่สุด และไม่เกิดไขมันสะสมมากจนเกินไปอีกด้วย นอกจากนี้ผู้ที่ทำงานออฟฟิศทั้งหลายก็อย่าลืมหาเวลาในการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงเพื่อให้พร้อมรับมือกับงานต่าง ๆที่จะเข้ามาในวันต่อไป

 

 

สนับสนุนโดย  เว็บแทงหวยถอนขั้นต่ำ100

กีวี่ประโยชน์ดีๆที่คุณอาจยังไม่รู้

 กีวีผลไม้รูปทรงเหมือนไข่แต่มีเปลือกสีน้ำตาลและหากเราผ่าดูข้างในจะเห็นเป็นสีเขียวมีเมล็ดเล็กๆอย่างกับเมล้ดนางรักอยู่ตรงแกนกลางเต็มไปหมด และหากเมื่อเราชิมดูจะพบว่า กีวีจะมีรสชาติออกเปรี้ยว ซึ่งกีวีถือได้ว่าเป็นผลไม้ที่ค่อนข้างมีราคาแพงสักนิดหนึ่งแต่ก็สามารถหาซื้อได้ตามตลาดสดหรือในห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ เพราะคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันนิยมนำกีวีมารับประทานกันมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการทานเป็นผลสดสด หรืแม้แต่การนำกีวีมาแปรรูปในรูปแบบของน้ำผลไม้ น้ำปั่น ซึ่งถึงแม้กีวีจะมีราคาค่อนข้าแพงแต่ก็มีประโยชน์กับร่างกายของคนเรามากมาย

เรามาดูกันว่าประโยชน์ที่ว่านั้นมีอะไรกันบ้างค่ะ

  1. อย่างที่บอกว่ากีวีมีรสเปรี้ยวดังนั้นจึงทำให้มีวิตามินซีสูง ซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายมีการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น เพื่อคอยต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ รวมถึงการยับยั้งการทำงานของเชื้อโรค รวมถึงเชื้อแบคทีเรีย
  2. ในกีวีมีวิตามินหลายชนิดดังนั้นจึงส่งผลให้ในกีวีมีสารที่จะสามารถช่วยกระตุ้นให้ร่างกายมีการสร้างคอลลาเจนเพื่อให้คลอลาเจนไปบำรุงผิวพรรณให้มีความเปล่งปลั่งอ่อนเยาว์ ผิวไม่เหี่ยวย่น และไม่มีริ้วรอยอีกด้วย
  3. มีสารต้านการเกิดมะเร็ง เพราะในกีวีจะมีสารต้านอนุมูลอิสระเยอะ
  4. สำหรับกีวีจะเน้นในเรื่องการดูแลผิวเพราะมีวิตามินอีกที่จะช่วยเรื่องของความชุ่มชื้นที่ผิวพรรณ ซึ่งเราจะสามารถเห็นความแตกต่งได้ถึง สามเท่ากันที่เดียวหากเทียบกีวีกับผลไม้ชนิดอื่น ดังนั้นหากใครที่อยากให้ใบหน้าและผิวพรรณสดใสสมวัย แลดูไม่แห้งกร้าน ต้องทานกีวีเยอะๆ
  5. กีวียังมีสารที่ช่วยป้องกันเรื่องไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้อีกด้วย
  6. กีวีมีส่วนช่วยในการย่อยอาหาร และการขับถ่ายได้อย่างดีเยี่ยม
  7. กีวีช่วยดูและและป้องกันการเกิดเป็นโรคสมองเสื่อมและช่วยปกป้องให้เราแก่ช้าลงอีกด้วย
  8. รักษาโรคได้ด้วยกีวี เป็นการช่วยให้อาการของโรคหอบหืดดีขึ้น

เราจะเห็นว่าการทานกีวีมีประโยชน์กับเรามากมาย ทั้งจากภายในและภายนอก โดยเฉพาะจะเน้นอย่างมากในการช่วยดูแลในเรื่องของผิวพรรณ ดังนั้น หากใครไม่ต้องการแก่เร็ว นอกจากจะต้องมีการออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอแล้วการรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ก็จะช่วยให้ร่างกายของเราแข็งแรงขึ้นมาได้ และหากใครที่จะซื้อกีวีมาทานก็อย่างลืมปอกเอาเปลือกสีน้ำตาลออกก่อนทีจะรับประทานนะคะ

 

สนับสนุนโดย  Kardinal stick

มารู้จักสตรอเบอร์รี่กันเถอะ

เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักสตรอเบอร์รี่กันดีอยู่แล้วเพราะเป็นผลไม้ที่มีขายในประเทศไทยมาเป็นเวลายาวนานมากแล้ว  โดยสำหรับสตรอเบอร์รี่นั้นเป็นผลไม้ที่อยู่ในตระกูลเบอร์รี่อีกหนึ่งชนิด สตรอเบอร์รี่มีหลายสายพันธุ์และหลายรสชาติมีตั้งแต่รสเปรี้ยว

ไปจนถึงมีรสชาติที่หวานกำลังดีทั้งนี้แต่ละสายพันธุ์รสชาติก็จะแตกต่างกันไปสำหรับประเทศไทยนิยมปลูกสตรอเบอร์รี่สวนหลายคนคงคิดไม่ถึงว่าสตรอเบอร์รี่ที่มีสีสันสวยงามจะมีสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นจำนวนมากโดยวิธีการเลือกกินสตรอเบอร์รี่เพื่อให้ได้ประโยชน์มากที่สุดควรเลือกสตรอเบอร์รี่ที่มีสีสด เพราะจะเป็นสตรอเบอร์รี่ที่ให้โภชนาการสูงเราสามารถหาซื้อสตรอเบอร์รี่กินได้ทั้งตามตลาดและตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปโดยปกติแล้วเมื่อเราซื้อสตรอเบอร์รี่มาเราควรจะล้างน้ำให้สะอาดก่อน

รับประทานเพื่อเป็นการล้างสารเคมีที่อาจจะติดอยู่กับผลสตรอเบอร์รี่ได้ที่สำคัญเราควรกินสตรอเบอร์รี่ที่อย่างสุดใหม่ทันทีไม่ควรแช่ตู้เย็นทิ้งไว้นานนาน หลายคนบอกว่าสตรอเบอร์รี่จะมีสารต้านอนุมูนอิสระที่ช่วยให้เราไม่แก่เร็วจะสร้างคอลลาเจนเพื่อไม่ให้เรามีริ้วรอยและในสตรอเบอร์รี่ยังมีส่วนช่วย บำรุงระบบประสาทและสมองช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายแถมยังมีสารที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งและป้องกันการเกิดโรคโลหิตจางอีกทั้งยัง ยังลดปัญหาความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้อีกด้วยสตรอเบอร์รี่จะมีไฟเบอร์สูงช่วยในเรื่องของ

ระบบขับถ่ายได้อย่างดีอีกทั้งยังช่วยบำรุงโลหิตช่วยลดความดันบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรงกันกินสตรอเบอร์รี่จะช่วยบำรุงสายตาไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นและป้องกันการเกิดโรคต่อกระจก. อันที่จริงสตรอเบอร์รี่มีประโยชน์ต่างๆมากมาย ที่เราไม่สามารถบรรยายได้หมดในปัจจุบันสตรอเบอร์รี่ยังถือว่าเป็นผลไม้ที่มีราคาแพงเป็นผลไม้ที่ออกตามฤดูกาลซึ่งจะปลูกกันมากในภาคเหนือและมักจะออกผลฤดูหนาว  อย่างไรก็ดีเราควรหาสตรอเบอร์รี่มาทานอยู่เป็นประจำเพราะสตรอเบอร์รี่มีประโยชน์ต่อการยับยั้งการเกิดโรคไม่ว่าจะเป็นโรคข้ออักเสบโรคเก่าโรคตับอักเสบโรคปัสสาวะอักเสบโรคนิ่วในไตโรคเหน็บชา หรือแม้แต่ปัญหาโรคเกี่ยวกับช่องปากการเจ็บคออย่างนี้แผลในปากการรับประทานสตรอเบอร์รี่จะสามารถช่วยได้แล้ว

 

 

สนับสนุนโดย  relx pod น้ำยา

6 เรื่องเกี่ยวกับ “การคุมกำเนิด” ที่ไม่ถูกต้อง

6 เรื่องเกี่ยวกับ “การคุมกำเนิด” ที่ไม่ถูกต้อง

1. หลั่งด้านนอก = ไม่ท้อง?
ความเชื่อที่ว่า แม้หลั่งน้ำอสุจิออกมานอกช่องคลอด ทำให้ฝ่ายหญิงไม่ตั้งท้อง เป็นความเชื่อที่ไม่ถูก ด้วยเหตุว่าถ้าหากหลั่งน้ำกามอยู่บริเวณรอบๆ ปากช่องคลอดที่มีเมือกใสๆอยู่ เมือกกลุ่มนี้บางทีอาจเป็นตัวพาเอาสเปิร์มกลับเข้าไปในมดลูกได้ โดยการหลั่งน้ำอสุจิด้านนอกนั้นโอกาสมีครรภ์มากถึง 20-30% อย่างยิ่งจริงๆ จัดว่าค่อนข้างจะสูง และไม่ชี้แนะเด็ดขาด

2. หน้า 7 หลัง 7 = ไม่ท้อง?
การนับวันก่อน-หลังมีรอบเดือน 7 วัน ที่ถือได้ว่าไม่มีอันตราย สามารถมีเซ็กส์ได้โดยไม่เกิดการตั้งท้องนั้น ก็เป็นแนวทางที่สูตินรีแพทย์ไม่ชี้แนะสิ่งเดียวกัน เพราะว่าแนวทางแบบนี้ถ้าเกิดจะมีผลให้เสร็จ 100% จริงๆจะต้องประกอบไปด้วยหลายแบบ อย่างเช่น รอบเดือนจำเป็นต้องมาตามเวลาอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน (ตรงตามวัน ตามเวลา) และเพศหญิงส่วนมากมักมีส่วนประกอบต่างๆ สำหรับในการใช้แนวทางแบบนี้เสร็จไม่ครบ เพราะว่าส่วนมากรอบเดือนของสตรีมักมีการเปลี่ยนนิดหน่อยในแต่ละเดือน บางรอบสั้น บางรอบยาว หรือบางเดือนที่มีความตึงเครียด หรือมีสาเหตุอื่นๆอาจจะทำให้ไข่ไม่ตก รอบเดือนไม่มาได้

3. ใส่ถุงยาง 2 ชั้น = ไม่ท้อง?
การใส่ถุงยาง 2 ชั้น มิได้ช่วยทำให้สามารถป้องการการรั่วซึมของน้ำเชื้อเข้าไปในมดลูกได้ดียิ่งไปกว่าเดิมเลย เพราะเหตุว่าการใส่ถุงยาง 2 ชั้น กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการเสียดสีกันระหว่างถุงยางอนามัยทั้งคู่ และทำให้ถุงยางมีการฉีกจนขาด แตกรั่วได้ง่ายดายเสียยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย

4. พกถุงยางไว้ภายในรถยนต์ หรือกระเป๋าใส่เงิน = ใช้ได้ ไม่ท้อง?
การเก็บถุงยางเอาไว้กับตัว หรือไว้ในที่ที่ถือได้พกได้สบาย นับว่าเป็นเรื่องดี แต่ว่าการเก็บถุงยางไว้ภายในลิ้นชักในรถยนต์ หรือในกระเป๋าใส่สตางค์ เป็นที่ที่มีอากาศร้อน หรืออับ ซึ่งทำให้ถุงยางสลายตัว ฉีกขาดได้ง่ายดายกว่าเดิม ก็เลยเสนอแนะให้เก็บถุงยางเอาไว้ภายในที่ที่แสงตะวันส่องไม่ หากสามารถหลีกเลี่ยงได้ อย่างเช่น ในตู้ หรือกล่องต่างๆ ในบ้าน (ที่แดดส่องไม่ถึง) ฯลฯ

5. ถุงยางแบบไหนก็ได้ = ไม่ท้อง?
เพศชายคนจำนวนไม่น้อยบางครั้งอาจจะเลือกใช้ถุงยางตามอรรถรส อย่างเช่น รูป รส กลิ่น สี ผิวต่างๆ แม้กระนั้นการเลือกถุงยางที่ช่วยคุ้มครองป้องกันการมีครรภ์ได้ ต้องเลือกขนาดที่เหมาะ แม้เลือกถุงยางอนามัยที่มีขนาดใหญ่ไป หละหลวมไป ช่องทางที่ถุงยางอนามัยจะหลุดขณะมีเซ็กส์จนกระทั่งน้ำเชื้อหลุดไปในมดลูกบางทีอาจเกิดขึ้นได้ แต่ว่าถ้าหากใช้ถุงยางอนามัยที่เล็ก หรือคับเหลือเกิน ก็อาจส่งผลให้มีการเสียดสีมากกระทั่งทำให้ถุงยางอนามัยฉีกขาดได้ง่ายด้วยเหมือนกัน

ในไทยจะมีถุงยาง 2 ขนาด คือ 49 และ 52 ซม.

6. สวนล้างช่องคลอดหลังการมีเซ็กส์ = ไม่ท้อง?
เมื่อน้ำอสุจิเข้าไปในมดลูก น้ำเชื้อเล็กน้อยบางทีอาจเข้าไปถึงด้านในมดลูกแล้ว นอกจากนั้นการล้างช่องคลอดยังเพิ่มการเสี่ยงอันตรายอื่นๆ ดังเช่น การได้รับเชื้อราข้างในช่องคลอด หรืออุ้งเชิงกราน หรือมีตกขาวไม่ดีเหมือนปกติได้

อย่างไรก็แล้วแต่ ควรจะล้างชำระล้างอวัยวะเพศหลังมีเซ็กส์ เพื่อลดการเสี่ยงของการสะสมจนกระทั่งมีการอักเสบติดเชื้อโรคได้ โดยล้างเฉพาะด้านนอกด้วยน้ำที่สะอาด หรือสินค้าสำหรับล้างจุดปกปิดโดยยิ่งไปกว่านั้น และซึมซับให้แห้ง แล้วก็ควรจะปัสสาวะหลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจทุกครั้ง เพื่อลดการเสี่ยงในการเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

อาการของโรคลำไส้ส่วนปลายอักเสบ

โรคลำไส้ส่วนปลายอักเสบมักเกิดจากการได้รับสารพิษหรือติดเชื้อที่บริเวณเยื่อหุ้มลำไส้ อย่างไรก็ตามอาการของโรคลำไส้อักเสบสามารถจำแนกได้เป็น 2 แบบ คือ แบบเรื้อรัง และเฉียบพลัน โดยมีลักษณะอาการที่แตกต่างกันบ้าง

อาการของโรคลำไส้ส่วนปลายอักเสบ

1. หากเป็นโรคลำไส้อักเสบฉับพลัน จะมีอาการดังนี้
• มีการถ่ายแบบผิดปกติ โดยถ่ายเหลวเป็นน้ำ แต่ทั้งนี้จะไม่มีเลือดปน

• ปวดมวนท้องแบบเฉียบพลัน

• มีอากรปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน

• มีไข้อ่อนๆ

• ปวดกล้ามเนื้อ หรือตึงที่ข้อ

• อ่อนเพลียจากการสูญเสียน้ำ เนื่องจากการถ่ายเป็นน้ำ

• อาจเสี่ยงภาวะขาดน้ำได้
จากอาการต่างๆ ที่กล่าวมาทั้งหมด มักจะเกิดขึ้นฉับพลันภายในไม่กี่ชั่วโมง

2. อาการของโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง มักมีอาการเกิดขึ้นแบบติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจเป็นต่อเนื่องถึง 1 สัปดาห์
• ท้องร่วง ถ่ายเหลว มักมีเลือดปนด้วย

• ท้องเสียนานติดต่อกันหลายวัน หรือเป็นสัปดาห์

• ปวดบีบที่ท้อง ปวดบิด

• มีไข้

• อ่อนเพลียจากการถ่าย

• น้ำหนักลด เนื่องจากมีอาการถ่ายติดต่อกันเป็นเวลานาน

วิธีดูแลตับและเคล็ดลับดูแลตับให้แข็งแรง

อาหารที่ช่วยรักษาโรคตับอักเสบ

ตับอักเสบอาจเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดใดชนิดหนึ่งโดยแบ่งอาการเป็น 2 ชนิดคือ ไวรัสตับอักเสบบี และไวรัสตับอักเสบซี ความอันตรายของทั้งสองโรคนี้หากเป็นแล้วต้องรีบเข้าการรักษาทันที ไม่เช่นนั้นอาจจะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตได้ และวันนี้เรามี เคล็ดลับดูแลตับให้แข็งแรง อีกด้วยนะ

ผู้ป่วยตับอักเสบเกิดจากเชื้อไวรัส ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ช่วยในการฟื้นฟูเซลล์ของตับให้เร็วยิ่งขึ้น ต้องรับประทานอาหารให้เพียงพอ และมีปริมาณที่เหมาะสม

พลังงาน

การนอนถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะทุกครั้งที่ร่างกายได้รับการพักผ่อน ก็จะมีการสร้างเซลล์ต่าง ๆ การทำงานของอวัยวะภายในจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกทั้งยังช่วยซ่อมแซม ส่วนที่สึกหรอของร่างกายโดนนำพลังงาน สารอาหารต่าง ๆผ่านทางเส้นเลือดดำ ดังนั้น ร่างกายควรได้รับการพักผ่อนต่อวันไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมงและต้องหลับให้สนิท

โปรตีน

หากได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ ร่างกายก็จะขาดแรง ไม่มีสารอาหารไปซ่อมแซมส่วนที่สคึกหรอในร่างกาย ทำให้การฟื้นฟูเซลล์นั้นไม่มีประสิทธิภาพ เพราะผู้ป่วยตับอักเสบนั้นจะมีการเสื่อมสลายของโปรตีนเร็วกว่าคนปกติทั่วไป ดังนั้นควรรับประทานอาหารประเภท เนื้อ นม ไข่ หรืออาหารที่มีโปรตีนเยอะๆ เพื่อให้โปรตีนเปลี่ยนเป็นไขมัน ถูกย่อยสลายเป็นโมเลกุลเล็ก ๆให้ร่างกายนำไปใช้

คาร์โบไฮเดรต

สิ่งสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายของเรามีแรงในการประกอบกิจกรรมในทุก ๆวันนั่นก็คือคาร์โบไฮเดรต โดยจะย่อยสลายและถูกเผาผลาญเป็นพลังงาน ส่งไปยังส่วนต่าง ๆ  อวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย

ไขมัน

ควรได้รับในปริมาณที่พอดี ไม่มากเกินไป จะช่วยให้อาหารมีรสชาติที่ดี น่ารับประทานยิ่งขึ้น เราควรได้รับไขมัน 25-40 เปอร์เซนต์จากการรับประทานอาหาร หรือในแต่ละวันประมาณ 80-100 กรัมนั่นเอง

การดื่มน้ำ

การดื่มน้ำ เราอาจจะเคยได้ยินมาบ่อย ๆ ว่าควรดื่มน้ำให้ได้อย่างต่ำ 8 แกว้หรือประมาณ 3000 ซี ซี เพราะน้ำจะช่วยทำให้ร่างกายสดชื่น และยังสามารถเจือจางสารพิษ รวมไปถึงทำให้อยากอาหารมาก น้ำจะช่วยทำให้ร่างกายของเรา รวมไปถึงสุขภาพผิวพรรณและอวัยวะอื่น ๆสดชื่น ประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ได้เต็มประสิทธิภาพ