หมวดหมู่: ข่าวที่น่าสนใจ

ดาราตายเพราะปาก

       ในตอนนี้เรื่องที่กำลังโด่งดังและเป็นที่เมาส์กันไปทั่วทั้งในสังคมออนไลน์และข้างนอกนั่นก็คือการที่มีดาราพิธีกรคนหนึ่งต้องจบชีวิตหน้าที่การงานของตนเองหลุดจากผังการทำงานถูกเลิกจ้างการเป็นพิธีกรเพราะมีการใช้สื่อ Social ออกมาในทางที่ไม่ถูกต้องซึ่งวันนี้ที่เราจะพูดกันก็คือพิธีกรมากความสามารถอย่าง ม้า  อรนภา  ซึ่งโดยปกติแล้วเธอเป็นคนที่ฝีปากกล้าชอบว่าใครแบบตรงๆ

โดยไม่เกรงกลัวอะไรอยู่แล้วแต่ในวันนี้ด้วยความที่เธอเป็นคนที่ตรงและเป็นคนที่มีฝีปากที่กล้าไม่เคยกลัวใครนั้นเองที่ทำให้เธอนั้นต้องมาตกม้าตายถูกดันออกจากสังคมถูกแบนออกจากวงการบันเทิงสาเหตุนั้นก็เพราะว่าในขณะนี้มีกลุ่มเด็กนักเรียนและนักศึกษาที่ออกมารวมตัวกันประท้วงเพื่อขับไล่รัฐบาลโดยมีการทำสัญลักษณ์ด้วยการผูกโบว์สีขาวที่ข้อมือรวมถึงการชู3 นิ้วซึ่งมีหลายฝ่ายที่ออกมาต่อต้านการออกมาประท้วงของนักเรียนและหนึ่งในนั้นก็คือ  ม้า อรนภานั้นเอง

ซึ่งเธอนั้นออกมาพูดถึงการแสดงสัญลักษณ์ของเด็กนักเรียนด้วยถ้อยคำที่หยาบคายเนื่องจากเทอมที่สนับสนุนการกระทำดังกล่าวแต่หลังจากที่เธอโพสต์ในอินสตาแกรมของเธอเป็นที่เรียบร้อยแล้วข้อความของเธอก็ถูกส่งต่อแชร์กันในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวางจนเป็นข่าวโด่งดังและเมื่อใดก็ตามที่เห็นข้อความของเธออ่านก็รับไม่ได้ถึงความคิดและข้อความที่เธอได้พ้นออกไปเนื่องจากว่ามันเป็นข้อความที่รุนแรงอย่างมากที่ไม่ควรที่จะนำออกมาต่อว่าเด็กนักเรียนที่กล้าแสดงออกทำให้คนในโลกออนไลน์

พากันติดแฮชแท็กเธอในทวิตเตอร์และมีการประกาศ ที่จะไม่สนับสนุนเธอทุกกรณีไม่ว่าเธอจะจัดรายการอะไรก็แล้วแต่จะไม่มีคนในโลกออนไลน์เข้าไปเปิดดูรายการของเธอและมีหลายคนออกมาเรียกร้องให้เธอออกมารับผิดชอบถึงคำพูดของเธอและการกระทำของเธอเองอีกทั้งเธอยังโดนคนในโลกออนไลน์โจมตีด้วยกันเขียนข้อความออกไปต่อว่าซึ่งท้ายที่สุดแล้วเธอก็ทนกระแสต่อต้านของคนในโลกออนไลน์ไม่ได้จึงได้มีการลาออกจากการเป็นพิธีกรรายการที่เธอทำงานอยู่ซึ่งขณะนี้เธอลาออกมา 2 รายการแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นรายการ 3 แซบหรือรายการ ที่จะจัดในช่วงเช้ากับหนุ่มกรรชัยซึ่งคนในโลกออนไลน์ต่างก็เอามาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าจะมีการแบนคอนเสิร์ตที่เธอเป็นพิธีกรทุกรายการทำให้ในที่สุดแล้วเจ้าของรายการจำเป็นที่จะต้องมีการเลิกจ้างเธอและอาชีพพิธีกรรายการของเธอนั้นก็จบลง

ซึ่งสาเหตุนั้นก็มาเพราะว่าปากของเธอนั้นไม่ดีนั่นเองที่เที่ยววิจารณ์คนไปทั่วทั้งนี้ยังมีดาราอีกหลายคนที่อาจจะต้องเจอปัญหากับเธอเนื่องจากว่าขณะนี้คนในโลกออนไลน์เริ่มลิสต์รายการดาราที่ออกมาพูดถึงการแสดงออกทางการเมืองของเด็กนักเรียนโดยใช้คำที่หยาบคายกันหลายคนแล้วว่าถ้าหากยังมีการออกมาวิพากษ์วิจารณ์ด้วยคำที่ไม่เหมาะสมก็จะมีการแบนคอนเสิร์ตของดาราเหล่านั้นเช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนโดย  วิธีซื้อหวยออนไลน์

สาวโพสต์รูปถ่ายผู้ชายนั่งไขว่ห้างกินข้าวในร้านอาหารหวังประจานแต่ถูกชาวโซเชียลทัวร์ลงแทน 

            ปัจจุบันในโลกของสังคมออนไลน์เรามักจะเห็นว่าไม่ว่าใครจะทำอะไรก็มักจะมีการถ่ายรูปเพื่อหวังเอามาประจานกันซึ่งบางครั้งสิ่งที่ประจานออกมานั้นก็เป็นสิ่งที่สมควรจะประจานแต่บางครั้งก็เป็นการรับรองสิทธิส่วนตัวของบุคคลอื่นมากจนเกินไปเช่นเดียวกันยังข่าวล่าสุดที่มีหญิงสาวคนหนึ่งได้มีการโพสต์รูปภาพผู้ชายคนหนึ่งนั่งกินข้าวอยู่ในร้านอาหาร

โดยมีการโพสต์ท่านั่งในรูปแบบที่ผู้ชายคนดังกล่าวนั้นนั่งไขว่ห้างยกเท้าขึ้นมาซึ่งเธอถ่ายด้วยกันแอบถ่ายด้านหลังของชายคนดังกล่าวเสร็จแล้วเธอได้นำมาโพสต์ใน Facebook ส่วนตัวของเธอเมื่อวันที่ 30 เดือนสิงหาคมปีพ. ศ. 2563 โดยเธอมีการเขียนใน ใต้ภาพดังกล่าวด้วยว่าชายคนดังกล่าวนั้นมานั่งในที่สาธารณะแต่นั่งไม่เหมาะสม

ซึ่งเธออยากจะตามหาผู้ชายคนนี้ อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการโพสต์ภาพนี้ออกไปแทนที่หญิงสาวคนดังกล่าวจะได้รับการกดไลค์จากผู้คนในโลกออนไลน์ปรากฏว่าเธอนั้นทุกคนในโลกออนไลน์ต่อว่าเป็นอย่างมากโดยหลายคนมองว่าพฤติกรรมของชายคนดังกล่าวในการนั่งนั้นก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไรและก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลของเขาในการที่จะนั่งอย่างไรก็ได้เพราะไม่ไปเดือดร้อนคนอื่น

แต่พฤติกรรมของหญิงสาวที่มีการแอบถ่ายบุคคลอื่นเสร็จแล้วเอามาโพสในโลกโซเชียลเพื่อหวังจะให้มีกระแสชื่นชมเธอออกมานั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและการที่เธอไปโพสต์ตามหาผู้ชายคนดังกล่าวนั้นก็เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำเช่นเดียวกันซึ่งหลังจากที่เธอโพสต์ข้อความต่อว่าชายคนดังกล่าวนั้นลงไปก็มีกระแสตีกลับเธอมากมายจนในที่สุดก็ต้องออกมาโพสต์ข้อความใน Facebook ส่วนตัว

อีกครั้งหนึ่งซึ่งข้อความดังกล่าวนั้นเป็นข้อความที่ระบุขอโทษคนในสังคมออนไลน์รวมถึงขอโทษผู้ชายคนดังกล่าวอีกด้วยโดยเธอมองว่าสิ่งเธอทำนั้นเธอไม่ได้ต้องการที่จะบูลลี่ผู้ชายคนดังกล่าวซึ่งเธอระบุว่าเธอรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไปและเธอสำนึกผิดแล้วและเธอได้ตามหาผู้ชายคนในรูปเจอเป็นที่เรียบร้อยแล้วเธอได้ขอโทษชายคนดังกล่าวแล้วเช่นเดียวกัน

          สำหรับเหตุการณ์ที่มีการแอบถ่ายคลิปเวลาที่คนอื่นทำอะไรในร้านอาหารนั้นแล้วนำมาโพสต์ประจานมีหลายครั้งที่มีคนทำในลักษณะแบบนี้ซึ่งการแอบถ่ายรูปของคนอื่นแล้วนำมาประจานถึงพฤติกรรมของคนอื่นนั้นนับได้ว่ามีความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องของ พรบ. คอมพิวเตอร์ดังนั้นหากใครที่ใช้ Social Media ในการที่ถ่ายรูปคนอื่นแล้วนำรูปของคนอื่นนั้นมาลงในคอมพิวเตอร์ของตนเองก็ให้ระวังเกี่ยวกับเรื่องของการถูกดำเนินคดีเพราะกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องของ พรบ.คอมพิวเตอร์นั้นค่อนข้างร้ายแรงมาก

 

สนับสนุนโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

ลูกวัยหนึ่งขวบเสียชีวิตจากการกินเทียนไข

 

          เกิดเหตุการณ์สุดแสนสะเทือนใจสำหรับคนที่เป็นพ่อเป็นแม่คนอย่างมาก เมื่อมีเรื่องเกิดขึ้นกับเด็กหญิงคนหนึ่งอายุเพียงแค่หนึ่งขวบเท่านั้น หนูน้อยน้อยเผลอกินเทียนไขเข้าไปขณะที่อยู่กับพี่เลี้ยงที่แม่ของเธอนั้น จ้างให้ดูแลให้ด้วยเงินเดือนเดือนละ สี่พันบาท จนเป็นสาเหตุให้เทียนไขติดคอและเสียชีวิตในที่สุด เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดปทุมธานี

โดยเกิดเหตุวันที่ 13 เดือนมิถุนายน ปีพ.ศ. 2563  เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้รับตัวเด็กมารักษาตัวด้วยอาการเทียนไขติดคอ ซึ่งเมื่อถึงมือคุณหมอของโรงพยาบาลประชาธิปัตย์ ที่เป็นโรงพยาบาลอยู่ในจังหวัดปทุมธานี เด็กวัยหนึ่งขวบก็เสียชีวิตไปก่อนแล้ว ทั้งนี้แม่ของเด็กรับทราบเรื่องก็ได้มีการรีบมาดูลูกของตัวเองทันที

แต่ไม่ทันการ อย่างไรก็ตามทางด้านโรงพยาบาลประชาธิปัตย์ได้มีการส่งศพของเด็กน้อยไปที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุการตายอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรอผลการตรวจสอบศพก่อนที่จะมีการเรียกตัวพี่เลี้ยงเด็กมาสอบสวนและแจ้งข้อหาอีกรอบ 

        สำหรับแม่ของเด็กนั้นเมื่อเห็นร่างของลูกไม่ไหวติงก็มีอาการช็อก และร้องไห้ตลอดเวลา  จนสามารถพูดคุยได้จึงได้ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเธอเล่าว่า ตัวเธอนั้นทำงานอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อชื่อดังแห่งหนึ่งที่เสื้อพนักงานเป็นสีเขียวลายทางสลับกับสีขาว โดยเธอทำงานเป็นกะ ไม่มีเวลาที่จะดูแลลูกจึงได้มีการจ้างเพื่อนบ้านที่มีบ้านอยู่ใกล้ใกล้กันให้ช่วยดูแลลูกสาวให้โดยจ่ายค่าเลี้ยงดูลูกสาวเดือนละ สี่พันบาท ในวันเกิดเหตุ ขณะที่กำลังทำงานอยู่นั้น อยู่ดีดีก็ได้รับโทรศัพท์จากพี่เลี้ยงเด็กว่าน้องกินเทียนไขเข้าไปแล้ว

เทียนไขติดคอ กำลังพาตัวส่งโรงพยาบาลเธอจึงได้รีบลางานและตามมาที่โรงพยาบาลแต่ปรากฏว่าเมื่อมาถึงที่โรงพยาบาลลูกสาววัยหนึ่งขวบก็เสียชีวิตก่อนแล้วเธอทันมาเห็นร่างของลูกสาวที่กำลังนอนอยู่บนเตียงของโรงพยาบาลโดยมีเทียนไขคาปากอยู่เท่านั้นเอง 

     สำหรับกรณีที่พี่เลี้ยงละเลย ไม่สนใจดูแลเด็กให้ดีพอจนเป็นสาเหตุให้เด็กเสียชีวิตนั้น  เรามักพบเห็นข่าวแบบนี้อยู่บ่อยครั้งจนบางคนที่กำลังเป็นคุณแม่ กับคุณพ่อมือใหม่ พอได้มาอ่านข่าวแบบนี้ก็กลัวการที่จะจ้างพี่เลี้ยงกันเลยทีเดียวหลายคนจึงได้ยอมที่จะลาออกจากงานทั้งที่รายได้จะต้องลดลงเพียงเพื่อต้องการมาดูแลลูกของตัวเองด้วยตัวเองดีกว่าเสียเงินจ้างคนอื่นแล้วลูกต้องมาตายเพราะพี่เลี้ยงที่ไม่มีความรับผิดชอบเหล่านี้ 

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์ ruay

อันตรายจากสายคล้องแมสแบบลูกปัด

       ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เกี่ยวกับการเตือนภัยของการใช้สายคล้องแมสซึ่งถูกสร้างมาด้วยการนำลูกปัดมาร้อยให้เกิดความสวยงามโดยสิ่งที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์กันก็คือให้ระมัดระวังกับการใช้สายคล้องแมสสำหรับเด็กเล็กโดยผู้ที่มีการแชร์ประสบการณ์นี้เป็นคุณแม่ท่านหนึ่งซึ่งเธอประสบปัญหาเกี่ยวกับลูกของเธอที่มีอายุเพียงแค่ 4 ขวบได้มีการใช้สายคล้องแมดโดยเธอเป็นผู้ที่ทำสายคล้องแมสให้กับลูกใช้ด้วยการนำลูกปัดมาร้อยให้เกิดความสวยงาม

          อย่างไรก็ตามแต่แผนที่ลูกของเธอจะคล้องสายคล้องแม้ปกติแต่เด็กน้อยกับนำลูกปัดที่นำมาร้อยเป็นสายคล้องแม้แต่ยัดใส่ในโพรงจมูกทำให้เด็กหายใจไม่ออกจำเป็นต้องส่งไปโรงพยาบาลเพื่อให้คุณหมอช่วยเอาลูกปัดที่ค้างอยู่ในรูจมูกออกจนเมื่ออาการของลูกของเธอปลอดภัยดีแล้วเธอจึงได้นำเรื่องราวนี้มาโพสต์ลงใน Facebook ส่วนตัวเพื่อที่จะได้มีการแชร์ให้กับผู้ปกครองหลายๆคนที่มีการให้ลูกใส่แมสและทำเป็นสายคล้องแมสให้ลูกด้วยการร้อยลูกปัดจะได้ระมัดระวังเกี่ยวกับการใช้งานสายคล้องแม็คแบบสายลูกปัดนี้พร้อมทั้งจะได้แนะนำการใช้งานสายคอมแอร์ที่ถูกต้องให้กับบุตรหลานของตนเองเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายขึ้นได้

               อย่างไรก็ตามเรื่องที่เธอเล่ามานั้นเธอบอกว่าเธอได้มีการนำลูกปัดที่มีสีสันสวยงามมาร้อยเป็นสายคล้องแม้ให้กับลูกอายุเพียงแค่ 4 ขวบเท่านั้นไปใช้งาน ต่อมาเธอสังเกตเห็นว่าสายคล้องแมส  ของลูกของเธอนั้นขาดหายไป ตอนแรกเธอคิดว่าลูกเธอคงจะทำขาดตอนที่เล่นกับเพื่อนๆในโรงเรียนแต่เมื่อสอบถามลูกของเธอก็ได้ความว่าลูกของเธอนั้นได้แกะลูกปัดออกหลังจากนั้นก็เอาลูกปัดนั้นไปใส่ไว้ในรูจมูกเธอจึงได้ลองมองเข้าไปในรูจมูกของลูกแล้วก็พบว่ามีลูกปัดอยู่ในรูจมูกของลูกของเธอจริงอย่างที่ลูกเธอบอก

          หลังจากนั้นเธอจึงรีบพาลูกไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาลให้ช่วยเอาออกให้ได้จากว่าเธอได้ลองหาอะไรเขี่ยออกแล้วแต่ปรากฏว่ายิ่งเกลียดก็ยิ่งทำให้ลูกปัดนั้นเข้าไปลึกมากขึ้นกว่าเดิมเกรงว่าลูกจะเกิดอันตรายและหายใจไม่ออกเธอจึงได้พาไปหาคุณหมอให้ช่วยเอาลูกปัดออกซึ่งในที่สุดก็สามารถเอาออกสำเร็จโดยโรงพยาบาลใช้เครื่องดูดออกไม่สามารถที่จะใช้ครีมหนีบออกได้  

         นับว่าเป็นเรื่องที่โชคดีมากที่เธอได้มีการพูดคุยกับลูกถ้าหากไม่มีการสอบถามลูกของเธออาจจะไม่บอกว่ามีลูกปัดอยู่ในรูจมูกก็เป็นไปได้และถ้าหากว่าลูกปัดอยู่ในโพรงจมูกนานๆอาจจะทำให้จมูกข้างในเน่าหรือลูกของเธออาจจะหายใจไม่ออกแล้วถึงแก่ความตายได้เธอจึงอยากแชร์เรื่องนี้ให้กับผู้ปกครองให้ช่วยกันสอดส่องดูแลอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับลูกของตนเองได้ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์